บทความ

"สู่ร่มกาสาวพัสตร์"

"พื้นฐานของตึกคืออิฐ พื้นฐานของชีวิตคือการศึกษา" คำขวัญที่เขียนเป็นตัวหนังสือใหญ่ ๆ ด้วยสีน้ำมันที่คุณครูอนันต์บรรจงเขียนเมื่อปีที่แล้วติดหราอยู่บนกำแพงทางเข้าห้องประชุมของโรงเรียน ประดับด้วยต้นดอกเข็มที่มีทั้งสีแดงสลับกับสีเหลืองและสีชมพูแตกดอกชูช่อด้วยความสวยงาม อีกทั้งบนพื้นดินยังมีมวลหญ้าแพรกเขียวขจีแตกกอกระจายไปทั่ว ล้อมด้วยรั้วไม้ไผ่ทรงเตี้ยเป็นสัญลักษณ์ที่กลมกลืนกับข้อความที่บ่งบอกถึงความสำคัญของการเรียนการศึกษาเป็นอย่างดี ริมสนามมีต้นดอกหางนกยูงต้นใหญ่หลายต้นเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมจะผลิดอกออกมาเป็นสีส้มสีแดงอย่างงดงาม ใครผ่านไปผ่านมาก็จะชื่นชมอยู่เสมอ ถัดจากสนามก็จะเป็นอาคารเรียนชั้นป.1 ป.2 ป.3 มีห้องพักครูและห้องประชุมด้วย ข้าง ๆ อาคารฝั่งทิศใต้มีต้นฉำฉาสูงใหญ่เป็นร่มเงาแผ่กิ่งก้านสาขา พวกเด็กน้อยชอบมาเล่นกระโดดหนังยางกันตรงนี้ ขยับมาอีกหน่อยเป็นอาคารเรียนชั้น ป.4 ป.5 ป.6 ที่ตรงหน้าอาคารมีต้นมะกอกน้ำที่รสฝาดซึ่งเด็ก ๆ มักจะนำไปดองเกลือก็จะหายฝาดสักอาทิตย์หนึ่งก็กินได้ ต้นสูงไม่ใหญ่นักอยู่ 7 8 ต้น ด้านหลังโรงเรียนเป็นแป...

"กลับบ้าน"

ดอกราชพฤกษ์ที่เหลืองสดใสหลากหลายต้น ที่สถิตอยู่ตามสองข้างทางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ พัดไหวร่วงหล่นอยู่ตามรายทาง ที่ดูสวยงามราวกับใครนำสีมาฉาบลงบนพื้นถนน ประกอบกับท้องฟ้าเปิดโดยแสงสุริยันที่ส่องลงมา เปล่งประกายในเช้าวันหนึ่ง ริมข้างทางที่ไกลห่างจากหมู่มวลดอกสีเหลืองที่คนเหนือเรียกว่าดอกลมแล้ง เบื้องหน้าเป็นตลาดที่ผู้คนจับจ่ายซื้อของสดพวกเนื้อหมู เนื้อไก่ ผักหลากชนิด รวมทั้งพวกกับข้าว เช่น แกงอ่อม น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว และอีกมากมาย ขนมหวานชนิดต่าง ๆ เช่น ข้าวมัน ขนมชั้น ขนมลิ้นหมา ของแห้งก็มีทั้ง พริก กระเทียม ปลาแห้ง ตลอดจนของใช้ต่าง ๆ พวกกะละมัง ตะกร้า ถังน้ำ แม้กระทั่งเสื้อผ้าก็ยังมีจำหน่าย แม้ว่าจะเป็นเพียงตลาดเล็ก ๆ ของหมู่บ้าน แต่บางครั้งก็มีคนต่างหมู่บ้านมาจับจ่ายซื้อสินค้า ท่ามกลางเสียงจอแจที่ครื้นเครงของชาวบ้าน ใครมีข่าวสารอะไรมาก็มาเล่าสู่กันฟัง ทั้งเหตุบ้านการเมือง ใครทะเลาะกับใคร ใครมีเลขเด็ด ใครเป็นชู้กับใคร ละครเมื่อคืนเป็นอย่างไรบ้าง ใครทำอะไรดีอะไรผิด ทุกคนก็จะรู้หมด เรียกได้ว่าตลาดนั้นคือสถานที่ "ศูนย์กลางการกระจายข่าว" ที่เป็นของคู่กันชนิดที่คงแยกจากกันไม...

"บ้านใหม่"

สายลมพัดที่ปฏิบัติหน้าที่โบกทั้งโยกทั้งไหว ปลิวสิ่งแวดล้อมทุกอย่างโดยเฉพาะยอดไม้สูง ๆ ของต้นมะพร้าว ต้นไผ่ให้โอนเอนอ่อนไหว ราวกับใครเอาเชือกมาผูกแล้วแกว่งไปตามแรงมือ ต้นสักที่ผลัดใบจนเหลือแต่ใบอ่อน ๆ ต้นสะเดา ต้นขนุน ต้นลำไย ก็พลิ้วไหวไปตามแรงวายุควบคู่ไปกับเสียงร้องของฟ้าที่มืดคลื้มในช่วงใกล้เที่ยงของวันเสาร์วันหนึ่ง ซึ่งพอจะทำให้บรรดาเหล่าเกษตรกรได้เกิดรอยยิ้มที่มุมปากบ้าง... แต่ก็แค่นั้นมาสักประเดี๋ยวก็หาย กลับกลายแปรเปลี่ยนเป็นแสงแดดที่ส่องสว่างด้วยอุณหภูมิที่น่าจะสูงขึ้นกว่าเดิมพอให้ดีใจเล่น ไม่รู้ว่าเทวดาบนสวรรค์ชั้นฟ้าท่านคิดอะไรอยู่ ทำไมจึงแกล้งขยี้หัวใจคนทำมาหากินยังชีพด้วยพืชไร่ พืชสวนได้ถึงเพียงนี้ เปรียบเสมือนสาวน้อยนางหนึ่งที่หน้าตาสวย น่ารัก กิริยาดี มีเสน่ห์ ชวนให้หลงไหล ใครเห็นก็อยากเปล่งวาจาด้วย บางคนถึงกับกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพ้อไปถึง 3 วัน 7 วันก็มี พอเขาจะรักจริง กลับปฏิเสธไปว่ามีคนที่ชอบแล้ว ทิ้งกันไปกลางทางเสียดื้อ ๆ หลอกให้อยากแล้วก็จากไป ปล่อยให้เขาเป็นบ้าเพราะไข้ใจอยู่คนเดียว... ความเจริญทางวัตถุได้เข้ามายังชนบทมากมายไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าที่เปลี่ยนท้องฟ้...

"ข้าวซอยน้ำเงี้ยว"

ปรี๊น...ปรี้น...ปรี้น บรืน...บรืน...บรืน แตร้น...แตร้น...แตร้น... วี้หว่อ...วี้หว่อ...วี้หว่อ.. "สะพานใหม่ หลักสี่ วัดเสมียนนารี ดอนเมือง ไหมพี่ ปทุม ลำลูกกา รังสิต คลองหลวง คลอง 2 คลอง 3 คลอง 4 คลอง 5 คลอง 6 ก็ไปนะพี่" "สาวรีย์ ราชวิถี ดินแดง...ไหมจ๊ะพี่" "บางใหญ่ บางพูน บางคูวัด ปากเกร็ด ไหมครับพี่" " ตะโก้จ้าตะโก้ หนมเข่ง หนมตาล ขนมชั้น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุนจ้า" "พวงมาลัยจ้า...พวงมาลัย พวงละ 5 บาทจ้า" "มะม่วงจ้า มะม่วง มะม่วงเปรี้ยว มะม่วงมันก็มีจ้า โลละ 15 บาท 3 โล 40 บาทจ้า" เสียงหลากหลายสำเนียงจากผู้คน ในช่วงเช้าของถนนสายหลักในวันหนึ่ง ทั้งเสียงของผู้หญิง ผู้ชาย เจื้อยแจ้วปะปนกัน ประกอบอีกทั้งเสียงแตรรถ เสียงคนขับรถโดยสารประจำทางเรียกลูกค้า เสียงพ่อค้าแม่ค้าขายขนม ขายพวงมาลัย ขายผลไม้ ที่ไม่รู้ว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร ชนิดที่ว่าหากไม่ตั้งใจฟังให้ดีก็จะไม่รู้เรื่อง บ่งบอกถึงความวุ่นวาย สับสน โกลาหล อย่างกึกก้องกัมปนาทราวฟ้าจะแตกบนท้องถนน ที่ไม่รู้ว่ามวลมนุษย์มาจากที่ไหนกันมากมาย ที่ดูดูก็อย่างกับฝ...